วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

การบริหารความเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่า สู่ยุคใหม่

การบริหารความเปลี่ยนแปลงจากยุคเก่า สู่ยุคใหม่
น.พ.สมชัย ตั้งพร้อมพันธ์




ในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและไร้พรมแดน ส่งผลให้โลกแคบลง เทคโนโลยี และความรู้ทาง วิทยาการใหม่ๆเกิดขึ้น
       และถูกส่งต่อไปทั่วโลกอย่างไร้ขีดจำกัดผ่านช่องทาง อินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีและ การรับรู้อย่างรวดเร็วเหล่าส่งผลในด้านความ
       เป็นส่วนตัวน้อยลง ความผิดพลาดในอดีตที่ถูกเก็บเอาไว้ เป็นความลับได้รับการเปิดเผยมากขึ้น ความโปร่งใส จริยธรรม ถูกตั้ง
       เป็นประเด็นอย่างเข้มข้นในการ บริหารงานองค์กรในทุกวันนี้ 

       อย่างไรก็ตาม ความสำคัญตกอยู่ที่ผู้นำองค์กร ได้แก่ กรรมการบริษัทซึ่งเป็น ผู้กำหนด นโยบาย และ CEO ผู้วางกลยุทธ์ในการ
       ดำเนินการ จำเป็นต้องตระหนักในความเปลี่ยนแปลง เหล่านี้ด้วย และต้องปรับ ตัวให้ทันยุค เพราะทุกวันนี้หมดยุคเถ้าแก่เป็น
       จอมบงการหรือ อัศวินม้าขาว แล้ว อีกทั้งกฎหมายเกี่ยวกับ สังคมก็รุนแรงมากขึ้นในการคุ้มครองความปลอดภัย และสวัสดิภาพ
       ของผู้บริโภค

        ผู้นำยุคเก่า มีสถานะเป็นแบบเถ้าแก่ ใช้อำนาจตัดสินในทุกเรื่อง ไม่มีการกระจายอำนาจ เข้าไปยุ่งทุก เรื่องจนลูกน้องเกร็งไม่ต้อง
        ทำอะไร อิงสามัญสำนึกของผู้นำอย่างเดียว ขาดการฟัง ความคิดเห็นของลูกน้อง อาศัยโชคชะตาและหมอดูเข้าช่วย ความสำเร็จ
        เกิดขึ้นก็ภูมิใจจนเคลิ้ม พอล้มเหลวก็โทษโชคชะตาหรือ คนอื่นทำให้เกิด ไม่มีการวางแผนและคำนวณผลลัพธ์ล่วงหน้า อย่างดี 
        บางคนทำธุรกิจตามใจชอบเหมือน เลือกเบอร์แทงหวย ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ที่จะได้เป็นที่ตั้ง บ้างก็เอาเปรียบลูกค้า
        ยังไม่พอ หัน มาเอาเปรียบพนักงานด้วยเพื่อกอบโกยความร่ำรวย ชอบใช้สินบนกับผู้มีอำนาจ เพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่จะได้
        เห็นได้ดาษดื่นทั่วไปในบ้านเมืองเราไม่เว้นแม้แต่ผู้นำ ประเทศที่ร่ำรวยเงินทองมาจากสิ่งเหล่านี้ รวมทั้งการฉวยโอกาสร่ำรวย
        จากการลดค่าเงินบาท อย่างไร้ยางอาย แต่กลับอ้างตนเป็นผู้นำยุคใหม่ (น่าจะเป็นผู้นำแบบเก่าที่เคลือบตัวแบบใหม่) ส่วนเถ้าแก่
        ที่ประสพความสำเร็จมากก็มี หากถ้า มองลึกลง ไปในความสำเร็จของคนเหล่านั้น มักพบว่า ความเป็นผู้นำที่มีคุณธรรมและไม่เอา
        รัด เอาเปรียบผู้คน ลูกค้า รักและมีน้ำใจกับลูกน้อง ไม่ทอดทิ้งยามลำบาก ล้วนมีในคนเหล่านั้น ส่งผลให้เกิดความสำเร็จ ในธุรกิจ
        แบบยั่งยืนไปได้หลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน 

            อย่างไรก็ดี แนวทางการบริหารในโลกที่ไร้พรมแดน ที่มีความเปลี่ยนแปลงและเข้าถึงอย่าง รวดเร็ว รวมทั้งการแข่งขันที่ดุเดือด 
        รุนแรง ผู้นำในยุคใหม่จำเป็นต้องอาศัยการเรียนรู้ ตามให้ทัน และปรับตัว ให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆที่เกิดขึ้นให้ได้         ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ต้องเริ่มที่


         1. เปิดใจยอมรับความเปลี่ยนแปลง

              มองโลกของการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก และยอมรับว่าต้องเกิด ไม่มีอะไรมาหยุด ธรรมชาตินี้ได้ เรา ต้องหาวิธีปรับตัวอยู่
             กับความเปลี่ยนแปลงนี้ให้ได้อย่างไร

             ลดการยึดติด ไม่หลงใหลกับความคิดเห็นตนเองแต่ฝ่ายเดียว ไม่หลงปลื้มกับความ สำเร็จในอดีต จนมากเกินไป ขอให้
             เป็นแค่รางวัลที่ได้รับในช่วงเวลาที่ผ่านมาส่วนอนาคต คงเป็นความหวังใหม่ที่ต้อง สร้างต่อไป

             เรียนรู้ความเปลี่ยนแปลงด้วยใจที่เป็นธรรม เปิดกว้าง รับฟัง เป็นกลาง ไม่จับผิดโดย เอาความคิ เห็นตนเป็นที่ตั้ง ติดตาม
              ข่าวสารอยู่เสมอ รู้จักเลือกสิ่งที่ดีมีประโยชน์เหมาะสม มาใช้ สิ่งที่คิดว่าไม่ดี ไม่เหมาะ เก็บเอาไว้เป็นความรู้

             ข่าวหรือบทความทางสื่อที่มีมากมายทุกวันนี้เป็นแหล่งเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้อื่น
            เป็นอย่างดีสามารถนำมาวิเคราะห์ เทียบเคียงกับเราได้

             มองข่าวทุกชิ้น หรือบทความของทุกคนด้วยใจเป็นกลาง ไม่เอาบรรทัดฐานตนไปจับผิด ว่าดีหรือเลว ไม่ว่าทั้งดี หรือเลวล้วน
              เป็นแหล่งความรู้ให้เราเลือกรับมาปฏิบัติทั้งนั้น

         2. เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆที่เป็นช่องติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก

             ผู้นำยุคใหม่ต้องมีความรู้เรื่องการใช้ประโยชน์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะโปรแกรมทำงานของ Office เป็นอย่างน้อย เพราะงาน
              บางอย่างผู้นำไม่สามารถใช้ผู้อื่นทำแทนได้โดยเฉพาะในการประมวลข้อมูล ที่สำคัญและไม่สามารถเปิดเผยได้ทั่วไป 

           ผู้นำต้องเรียนรู้เรื่องราวทั่วโลกผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาคู่แข่ง เปรียบเทียบ หาตลาด คู่ค้า ขายสินค้ารวมถึงการ
              ซื้อวัตถุดิบก็ตาม จึงจำเป็นต้องมีทักษะในการใช้ Internet เป็นช่องทางติดต่อ กับโลกภายนอก

         3. มีความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาสากล 

             นอกจากภาษาไทยแล้ว การเรียนรู้ภาษาของโลก คือ ภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งจำเป็น ในการบริหารยุค ใหม่ เพราะเป็นภาษา
              สากลที่ใช้สื่อสารทั่วโลก อีกทั้งเป็นภาษาที่ใช้ใน อินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ส่วนภาษจีน ญี่ปุ่น ก็ถือว่ามีความสำคัญเช่นกันความ
              สามารถใน การสื่อสารนับเป็นเครื่องมือติดต่อกับโลก และถือเป็น ความ ได้เปรียบในการแข่งขัน 

         4. ศึกษากฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่สังคมกำหนด 

         กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิของผู้บริโภค รวมไปถึง มูลนิธิ องค์กร NGO ซึ่งนับ วันจะเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลกระทบ
             ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อองค์กรในสังคมยุคนี้ และภายหน้า การกำหนดวิถีของ องค์กรจำเป็นที่ผู้นำต้องติดตามความเป็นไป
              ของปัจจัย ที่ส่งผลกระทบเหล่านี้ให้เข้าใจโดยไม่ไปกำหนดนโยบายปฏิบัติที่ขัดแย้ง หรือไม่เป็นธรรม หรือเป็นการละเมิดผู้อื่น
              กฎหมายแรงงานก็มีส่วนสำคัญที่ผู้นำ ต้องเข้าใจสร้างกลไกบริหาร ให้สอดคล้องหรือดีกว่า ไม่ฝ่าฝืนและเอาเปรียบแรงงาน

         5. ปรับเปลี่ยนองค์กรให้ทันต่อสถานการณ์ผ่านกระบวนการสั่งการที่รวดเร็ว 

           ต้องยอมรับว่าในสังคมยุคใหม่ ความสามารถในการบริหารต้องเพิ่ม มิติของเวลา(Speed) เข้ามา เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยง
              ไม่ได้ ชัยชนะนอกจากความสามารถแล้วยังถูกพิสูจน์ด้วย เรื่องของเวลา คือ “ความรวดเร็ว” อีกด้วย

           ผู้นำต้องกล้าตัดสินใจปรับรูปแบบให้ทันต่อสถานการณ์ บนพื้นฐานความรอบรู้ และ รอบคอบ

           สิ่งที่ต้องการให้เปลี่ยนแปลงต้องสื่อสารไปยังผู้เกี่ยวข้องให้เข้าใจ รวมถึงทุกคนในองค์กร มิฉะนั้น จะกลายเป็นอุปสรรค
              ในการเปลี่ยนแปลง

            ติดตามวัดผลความเปลี่ยนแปลง โดยมีตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม


         6. สร้างความมีส่วนร่วมและมุมมองใหม่ให้กับผู้ร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา

          ระดมความคิด สร้างเป้าหมายร่วม(Common goal)
          จัดอบรม นิเทศงาน เพื่อให้ทีมเข้าใจความสำคัญที่ต้องการบรรลุเป้าหมายคืออะไร 
          สร้างทีมและ Commitment ร่วมกัน 

         7. ให้ความสำคัญกับระบบธรรมาภิบาล

         การจัดซื้อ จัดจ้างที่โปร่งใส มีกรรมการร่วมรับผิดชอบ
        จัดระบบตรวจสอบภายในให้เข้มแข็ง สม่ำเสมอ เพราะ “คน เป็นสัตว์ประเสริฐที่ไว้ใจ
          ไม่ค่อยได้”
        มีความรับผิดชอบต่อลูกค้า สร้างช่องทางรับคำร้องเรียนและวัดความพึงพอใจของลูกค้า
        มีระบบคุณภาพรองรับ และสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปธรรมที่
          วัดได้ และมี กระบวนการติดตามปัญหาต่างๆ เชิงรุก รวมถึงปัญหาบริการ
        มีความยุติธรรม และความชอบธรรม ในการประกอบธุรกิจ
        มีการบริหารบุคลากรที่เป็นธรรมและไม่ฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานให้ความสำคัญกับปัญหา
           แรงงาน มีการ เพิ่มศักยภาพแรงงานด้วยการจัดงบการอบรม เพิ่มพูนความสามารถของ
           แรงงาน การ ยุคใหม่ได้ นำการบริหารHR มาร่วมเป็นส่วนสำคัญหลักในการกำหนดทิศทาง
           ธุรกิจที่สอดคล้อง กับความสามารถ (Competency)ของคน
        มีระบบตรวจสอบจริยธรรมองค์กรโดยเปิดให้มี ผู้รับผิดชอบต่อคำร้องเรียนในเรื่องต่างๆ

         8. ตอบแทนสังคมในรูปแบบต่างๆ

        ธุรกิจและสังคมไม่สามารถแยกจากกันได้อีกต่อไป การเป็นส่วนหนึ่งของสังคมด้วย
             การสร้างช่องทาง สื่อสารกับสังคมลูกค้าเป็นเรื่องจำเป็นในการบริหารยุคใหม่
        การกำหนดเป็นนโยบายที่จะตอบแทนสังคมถือเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารองค์กรแบบใหม่
        มีการจัดระบบตอบแทนสังคม (CSR - Corporate Social Responsibility)ผ่านกิจกรรม
             ต่างๆ หลายรูปแบบตามความเหมาะสมโดยเต็มใจจากคนทุกระดับในองค์กร 

          ข้อคิดการบริการยุคใหม่
              1. ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการเปลี่ยนแปลง
              2. จริงอยู่ที่คนเราเปลี่ยนแปลงตนเองได้ยาก แต่หากเรายังเป็นคนที่มีปัญญาแห่งความ
                เป็นผู้นำ และความสามารถ ความเปลี่ยนแปลงตนเองและผู้อื่นย่อมเป็นไปได้ ไม่ช้าก็เร็ว
                ขอให้มี ความเต็มใจ ( คือมี อิทธิบาท4 ได้แก่ ฉันทะ-ความพอใจ/วิริยะ-ความเพียร/
                จิตะ-ความมุ่งมั่น /วิมังสาควา ใคร่ครวญอย่างรอบคอบ)
              3. ความสามารถในการบริหาร ทำให้บริษัทเจริญรุ่งเรือง แต่ความเป็นผู้มีคุณธรรมของผู้นำ
                ทำให้ บริษัทประสบความสำเร็จยาวนานและยั่งยืน
ที่มา  http://board.ksbrhospital.com/forum.php?mod=viewthread&tid=21

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น